สวัสดีครับ เป็นไง สบายกันดีนะครับทุกคน ใกล้ปลายปีหละ นับถอยหลังอีกเดือนนึง ก็จะ BlackFriday แล้ว คงกำลังขมักขะเม้นกันน่าดู เริ่มมากันแล้วนะครับ ออเดอร์จากอเมริกา เพลิดเพลินกันเลยทีเดียว อิอิ เหมือนจะมีแต่เรื่องดีๆ แต่แล้ว ก็มีบางอย่างดึงอารมณ์ผมให้กลับมา สู่ความเป็นจริงอีกครั้ง ใช่แล้วครับ ไม่ใช่เรื่องความทุกข์ยากของพี่น้อง ตามข่าว ช่องอต่างๆ หรืออะไร (อันนี้ก็เศร้าครับ แต่ไม่รู้จะไปช่วยอะไรได้ ได้แต่ส่งใจ กัย ส่งของไปช่วย) แต่เป็น ค่าเงินบาทต่างหากครับพี่น้องชาวไทย หลายๆ คนน่าจะทันปี 40 ตอนเกิดสภาวะวิกฤติกันนะครับ ตอนนั้น ผมมอ 2 พอดีครับ แฮะๆ ถึงกับรู้อายุกันเลยทีเดียว เลยไม่ประสีประสานักกับเรื่องนี้ แต่จำได้นิดว่า พ่อกับแม่บนเรื่องเศรษกิจมากๆ ครับ ช่วงนั้น แถมข่าวคนหนี่ปัญหา ด้วยการฆ่าตัวตายกันเยอะมากๆ นี่ก็จะ 15 ปีแล้วครับ จากเหตุการณ์ครั้งนั้น หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับ ชื่อ จอร์ส โซรอส กันเป็นอย่างดี ที่มีพวกนักวิชาการติดกรอบมากมาย โทษว่าเค้าเค้าเป็นสาเหตุของปัญหาวิกฤติ ครั้งปี 40 ของไทย ถ้าจะโทษ ผมว่าเราควรโทษรัฐบาล ที่แสนจะหน่อมแน้ม แะลไร้เดียงสาของประเ?ศไทยมากกว่าครับ ไม่ว่ารัฐบาลไหน มันก็เหมือนกันสำหรับเรื่องนี้ คงเคยได้ยินกันมาบ้าง ที่ว่าระบบราชการไทย ไม่เกื้อหนุนต่อการคงอยู่และรักษาคนเก่งๆ ไว้ เพราะเข้ากับระบบไม่ได้ สุดท้าย จึงเหลือแต่ใครก็ไม่รู้ เป็นใหญ่เป็นโตในระบบราชการ อ้อ นี่เราไม่ได้อยู่บล้อคการเมืองหรืออะไรนะครับ ผมแค่เสนอมมุมมองของผม ตามแบบฉบับของ “ผู้ได้รับบาดเจ็บ” ประมาณนั้น แฮ่ๆ

ตลาดหุ้น ตลาดทุน SET50 Index หรือ อะไรต่อมิอะไรก็ตามที่เราเห็นกันมากมาย จริงๆ แล้ว มันก็ คือบ่อนการพนันที่ถูกกฎหมาย กลายๆ นั่นเองครับ ในตลาดหุ้น มี เจ้ามือ มีคนได้ มีคนเสีย มีคนปล่อยข่าว มีหน้ามา มีเจ้ามือ ครบเหมือนบ่อนเลย จริงมั้ยอะ แต่ใครเล่นบทไหน อันนี้ไปนึกกันเองครับ อ้อ การพนันมีความเสียง หุ้นก็มีความเสี่ยงเหมือนกันครับ
ตอนนี้หุ้นทะลุ 1000 จุดไปเรียบร้อยโรงเรียนไทยแลนด์ ทุกคนดีใจ ทุกคนคิดว่าเศรษกิจเราดี รัฐบาลบอกเป็นผลงานเค้า คนแห่เข้าตลาดหุ้นกันมากกมาย เฮ้อ เห็นแล้วเศร้าใจครับ ลองนั่งแล้วนึกดู ว่าสภาวะบ้านเมืองเป็นแบบนี้เนี่ยนะ หุ้นขึ้นถึง 1000 ได้ ไหนจะน้ำท่วม ดินถล่ม หรือ เหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ ยังไม่รวม กับการแบ่งแยก สีแดง สีเหลือง เวรกรรม ตัวเลขดันบอกว่าทุกอย่างมันกำลังดีมากๆ
ปล ผมไม่ได้สีแดง หรือ สีเหลือง หรือสีไหนนะครับ รับรองได้ว่า อะไรดีผมว่าดี อะไรไม่ดี ผมก็ว่าไม่ดีครับ ไม่เคยเองอคติใดๆ มาเขียนในบล้อคตัวเอง แฮ่ๆ จริงๆ นะครับ
ทุกคนดีใจ รัฐบาลดีใจ ที่เห็นเหล่าฝรั่งหอบเงินกันมามากมาย เพื่อมาลงทุนในประเทศเรา ประชาชนทุกคนก็ดีใจ คิดแบบนั้นกันจริงๆ เหรอครับเนี่ย เฮ้อ !!! อย่างที่ผมบอกข้างต้น ว่าเมื่อการลงทุน และ ตลาดหุ้น เปรียบเหมือนบ่อนการพนันที่ถูกกฎหมาย นักลงทุน ก็คือ นักพนันที่จะหอบเงินพนัน เฮ้ย เงินลงทุน เข้ามาแทง เฮ้ย เข้ามาลงทุน เพื่อหวังผลกำไรตอบแทนนั่นเอง
แล้ววววววว ไม่ทราบว่า บ่อนการพนันประเภทไหนกันครับ ที่นักพนัน ทุกคนฝันถึง คำตอบคือ บ่อนที่เล่นง่าย เจ้ามือหมู เข้ามาเชียด เข้ามาโกย ได้อย่างง่ายดายนั่นเองครับ ถ้าเจอบ่อนแบบนี้ ใครๆ ก็อยากแห่กันมาลงทุน แห่กันมาเล่น ว่างั้น แต่ทุกรัฐบาล ก็ยังกล้าบอก ว่าที่นักลงทุนแห่กันมา เพราะเค้ามีความเชื่อมั่นในสเถียรภาพของรัฐบาล กรรมเวร
สรุปว่า นักพนัน เฮ้ย นักลงทุน มองว่าบ้านเรา ตลาดหุ้นบ้านเรา เป็นหมูุๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นั่นเองครับ แล้วเราควรดีใจกันเหรอครับเนี่ย คือ ผมก็ไม่ได้เป็นพวกต่อต้าน Anti ไปซะหมดนะครับ แต่ ให้ผมหลอกตัวเองแบบนั้น มันไม่ได้จริงๆ การที่เรามีตลาดหุ้น แล้วคนสนใจมาลงทุน มันก็ดีครับ แต่ทุกอย่างมันต้องพอเหมาะ พอดี อยู่ในเกณฑ์ที่ประเทศ ได้ผลกำไรตอบแทนในแบบที่คุ้มค่าด้วย บ่อนที่เค้าอยู่รอดได้นาน เปิดให้เล่นพนันได้นานนั้น มันต้องทันกับผู้เล่นด้วยครับ คือ เก่งกว่าหรือสูสีกับนักพนันที่เก่งๆ แต่สามารถกิน พวกนักพนันที่อ่อนๆ ได้ (แต่พวกอ่อนๆ นี่ส่วนใหญ่ กลับเป็นคนไทย เองนี่แหละครับ อืม กินเงินคนไทย เอาไปจ่ายฝรั่ง ประมาณนั้นแหละ)
ตอนต้นผมเกรินถึง จอร์จ โซรอส ไป ซึ่งงเค้าเป็นหนึ่งในกองทุนเก็งกำไรค่าเงินของโลก ซึ่งวิธีที่โซรอส ใช้นั้น มีพื้นฐานมากจาก ความเกินจริงครับ เกินจริงหมายถึง ราคาต่ำกว่าความเป็นจริง กับราคาแพงกว่าความเป็นจริง พอมองเห็นช่อง เค้าก็จะลงมือกัน คิดว่าเงินบาทตอนนี้ แข็งกว่าความเป็นจริง หรือ ถูกว่าความเป็นจริงครับ ( แข็งกว่าความเป็นจริงมากๆ ครับ สภาวะที่เหมาะสม ในราคาที่มันควรจะเป็นนั้ ดุได้ง่ายๆ ว่าทั้งภาคส่งออก และภาคนำเข้า ต้องส่งเสียงโวยวายน้อยที่สุดครับ นั่นคือที่ๆเหมาะสม และ สมดุลของมัน )

อ้อ เคยอ่าน หนังสือ ชื่อ จอร์จ โซรอส เล็คเชอร์กันมั้ยครับ เล่มนี้ครับ โซรอส ทำนายไว้ว่า จะเกิดวิกฤติแบบเดิม เหมือนปี 40 ที่ Asia ครับ เมื่อครบรอบ 15 ปี ใช้แล้วครับ คือ ปี 2555 ครับ จะเกิดฟองสบู่แตกอีกครั้งนึง
แล้วพอแพงกว่าความเป็นจริงจะเกิดอะไรขึ้นรู้มั้ยครับ เค้าก็จะซื้อเงินดอลล่าห์ หรือ สกุลอื่นๆ ที่มีสเถียรภาพ กว่าเงินบาท ด้วยเงินบาท ของเราในปัจจุบัน และจะขายมันกลับ เมื่อเงินบาท วิ่งกลับไปที่ค่าที่มันควรจะเป็นในอนาคต ครับ ทำให้ประเทศไทย เลือดไหลไม่หยุด ว่างั้นๆ คับ ร้ายไปกว่านั้น มันเหมือนกัน เอาเงินเรา มาฟาด เราเองครับ
สิ่งที่รัฐบาลนี้กำลังทำ คือ การเปิดช่องให้เค้าเอามีดมาเสียบ เรา เหมือนตอนปี 40 เด๊ะๆ แค่เปลี่ยนรูปแบบนิดหน่อย ที่ร้ายไปกว่านั้น ตอนปี 40 อย่าลืมว่าเราไม่ได้เจออุทกภัย ร้ายแรง เหมือนปีนี้ ( รัฐต้องเสียเงินไปกับอุทกภัย ครั้งนี้ เห็นว่า แสนล้านบาทเลยนะครับ ) และ ร้ายไปกว่า คือ เรื่องความสงบ ที่ตอนปี 40 ก็ไม่เป็นแบบนี้ ซึ่งพื้นที่การเกษตรเสียหายไปขนาดนี้ ทั้งข้าว ทั้งยางพารา ประชาชนขาดรายได้ไปเท่าไหร่ จะเอาที่ไหนมาเสียภาษีหละครับ ซึ่งรัฐบาลก็เพิ่งไปกู้เิงินมาเอง แสดงได้เลย ว่า ประเทศเราไม่มีเงินเก็บนะครับเนี่ย อ้อ ต้องพักหนี้เกษตรกร ช่วยเหลือเค้าด้วยครับ (ซึ่งอันนี้ ถูกต้องมากๆครับ บ้านผมที่ภาคใต้ ใครว่าไม่แย่ ยางพารา หักกันเป็นสวนๆ เลย บางคนที่หมดตัวเลยครับ )
ทางออกสุดท้าย ของการอุดรูนี้ คือ การหาเงินมาชด มาพยุงเงินคงคลัง ของประเทศ ซึ่ง แน่นอนว่า เดี๋ยวต้องไปกูมาแน่ๆ ครับ + ถ้ายังไม่พอ สุดท้าบ มันจะมีการปล่อยให้เงินบาทไหล ไปสู่จุดสมดุลของมัน อย่าลืมว่า ปีหน้า เราต้องเลือกตั้งรัฐบาล ชุดใหม่น ะครับ แฮ่ เผลอๆ วุ่นวายกันอีก
ผมคนนึงหละ ไม่ได้เดือดร้อน ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ กับการที่เงินบาทแข็งค่าขนาดนี้ เพราะอะไร เพราะเดี๋ยวมันก็วิ่งกลับไปจุดที่มันควรจะอยู่ครับ เผลอๆ กลับไปต่ำกว่าที่มันควรจะเป็นด้วยซ้ำ ยังไงพวกเราๆ ที่รับเงินเป็นดอลล่าห์กันก็อยู่รอดปลอดภัยครับ แต่คนที่จะเดือดร้อน ที่สุด ในเรื่องนี้ คือ คนที่ปัจจุบันเป็นหนี้ดอลล่าห์อยู่ครับ เช่น เพิ่งไปกู้โน่น กู้นี่ มาลงทุน มาอะไร เพราะคิดว่าทุกอบ่างกำลังดี เศรษกิจกำลังดี ต้องระวังให้จงหนักเลยครับ เพราะพอเงินวิ่งกลับไปจุดที่มันควรอยู่ ทีนี้แหละคุณเอ้ย ไม่อยากจะคิด เพราะทรัพย์สิน มันไม่ได้วิ่งตามไปด้วย และ ที่ร้ายไปกว่า ดอกเบี้ยเค้าคิดตามเงินต้นนะครับ จริงๆ จุดที่คุรควรจะไปกู้เงิน หรือ ขยายกิจการนั้น เวลาที่เหมาะสม (อันนี้ผมคิดเองนะ) น่าจะเป็นเวลาที่ทุกอย่าง แย่ๆ มากกว่าครับ เพราะ มันมีแต่จะดีขึ้นไงหละครับ เราอยู่จุดที่แย่อยูแล้ว มันมีแต่จะดีขึ้น มีคำพูดนึงที่ผมนึกขึ้นมาทันที ที่เห็นเศรษกิจเป็นแบบนี้
“จงโลภเมื่อคนอื่นกำลังกลัว และจงกลัว เมื่อคนอื่นกำลังโลภ” – บัฟเฟต
ใช่ครับ ตอนนี้ผมกำลังโลภ และผมกำลังวางแผน ถ้ามันเกิดวิกฤติ ขึ้นอีกครั้งจริงๆ
โชคดีขายของได้เยอะๆ รวยๆ ทุกคนครับ
Meaw-ie
เมื่อวานไปเดินเล่น แถวสยาม ได้หนังสือใหม่มาสองเล่ม เลยเอามาแนะนำให้อ่านกันซักเล่มครับ ชื่อ สารพัดวิธีรวยด้วยฟรี ของ Chris Anderson นั่นเอง จั่วหัวเรื่องบอกไปหละ ว่าคุณ Chris Anderson นี่เองที่เป็นเจ้าตำหรับ LongTail Strategy อันลือลั่นนั่นเองครับ ผมคนนึงหละที่ใช้ LongTail หากินมาตั้งแต่ได้อ่านหนังสือของคุณ Chris จนถึงวันนี้ ก็หลายปีแล้ว ความ Classic ยังไม่เปลี่ยนแปลง เกือบได้เขียน หนังสือ LongTail กับเค้าเหมือนกัน แต่สำนักพิมพ์ หายเงียบไปเลย ทั้งๆ ที่คุยกันไว้เรียบร้อยแล้ว สงสัยกระแสความนิยมจะตกหนะครับ เค้าเลยไม่ทำออกมา เล่นงานกร่อย อดมีหนังสือของตัวเองกับเค้าเลย
สวัสดีครับ ทุกคน ช่วงนี้กลับมาขยันอัพเดทบล็อคอีกครั้งนึง ใกล้ปลายปีแล้ว มันเครียดหนะครับ หาอย่างอื่นทำบ้าง นอกจากทำงานตามปกติ ก้เลยกลับมาเขียนอะไรเรื่อยๆ เปื่อยๆ อีกครั้ง โพสนี้ ผมได้แรงบันดาลใจในการเขียนมาจากการ เข้าบอร์ดทั้งที่บ้านผม Forums.sem.or.th และ Thaiseoboard.com ครับ เพราะสิ่งนึงที่ผมสังเกตุได้ คือ มีกระทู้มาบอก Roadmap บอกแนวทางต่างๆ เยอะแยะมากมายเลยเดี๋ยวนี้ ลองอ่านดู ก็ดีเลยหละครับ ได้แนวคิดต่างๆ มากมาย ทำให้รู้ว่ายังมีไอเดียแปลกใหม่อยู่อีกเยอะมากๆ ที่เรายังไม่รู้ และเคยลองไปทำ แต่อย่างนึงเลยที่สังเกตุได้ จากอ่านคอมเม้นใน Forums คือ มีคนจำนวนน้อยมากๆ ครับที่มี Roadmap เป็นของตัวเอง ส่วนใหญ่จะอ่านๆๆๆๆ และอ่านบอร์ด แล้วลองเอาวิธีคนโน้นคนนี้ ไปทำตามเค้ากันเลย

